หนังสือพิมพ์เวียงจันทน์ ไทม์ส รายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ระบุว่า ระดับน้ำของแม่น้ำโขงในช่วง 4 เดือนแรก แตะระดับสูงสุดในรอบหลายปี ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากปริมาณน้ำฝนเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการไหลของตะกอนและสารอาหารมากขึ้น ช่วยเพิ่มจำนวนปลา ปรับปรุงการเกษตร และเป็นประโยชน์ต่อผู้คนราว 70 ล้านคน

อย่างไรก็ดี นาย วินัย วังพิมูล ผู้อำนวยการแผนกสนับสนุนด้านเทคนิคของเอ็มอาร์ซี กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำ ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงภัยแล้งระดับปานกลาง ด้านนายอนุรักษ์ กิตติคุณ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของเอ็มอาร์ กล่าวว่า ตัวเลขจากเอ็มอาร์ซี บ่งชี้ว่าระดับน้ำในลุ่มน้ำโขงตอนล่างยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 60 ปี ระหว่างปี 2504-2564 และยังคงเผชิญความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอีกด้วย

เมื่อปีที่แล้ว ฤดูฝนตามฤดูกาลลดระยะเวลาลงจาก 5 เดือนเหลือ 4 เดือน คือจากเดือน มิ.ย.-ต.ค. เป็น ก.ค.-ต.ค. ส่วนปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ ยังหมายถึงความเสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน

ตัวชี้วัดด้านอุตุนิยมวิทยาของเอ็มอาร์ซี ระบุว่า ระหว่างเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว จนถึงเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ลุ่มน้ำโขงตอนล่างไม่เพียงมีปริมาณน้ำมากกว่าในปีปกติ แต่ปริมาณน้ำฝนสะสมนับตั้งแต่ต้นปีนี้ ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยราวร้อยละ 25

ข้อมูลจากสถานีเฝ้าติดตามหลายแห่งระบุว่าระดับน้ำในปีนี้สูงกว่า ช่วงระหว่างปี 2562-2564 ซึ่งเกิดภัยแล้งอย่างเด่นชัด อาทิ สถานีเชียงแสนของไทยตรวจวัดระดับน้ำสูงขึ้นจาก 1.84 เมตร ในวันที่ 2 มี.ค. เป็น 3.25 เมตร ในวันที่ 11 พ.ค. ขณะตลอดแนวเส้นทางจากสถานีสตึงแตรง ถึงสถานีกำปงจามของกัมพูชา ตรวจวัดระดับน้ำสูงขึ้นถึง 2.22 เมตร

อนึ่ง เอ็มอาร์ซี เป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจาและความร่วมมือระดับภูมิภาคในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2538 ตามความตกลงแม่น้ำโขงระหว่างกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว